กล้าเล่าข่าว

ผลักดัน 5 นโยบาย จาก “คน Gen กล้า” สู่สภา เชื่อประเทศไทยดีกว่านี้ได้ถ้าร่วมมือกัน

ผลักดัน 5 นโยบาย จาก “คน Gen กล้า” สู่สภา เชื่อประเทศไทยดีกว่านี้ได้ถ้าร่วมมือกัน

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2563 กลุ่ม “คน Gen กล้า” ได้เข้าพบ คณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่รัฐสภา เพื่อเสนอความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่

โดยนาย ปิยพล บุนนาค และนางสาววิลาสินี คุปต์นิรัติศัยกุล ได้นำเสนอประเด็น “การศึกษา” ซึ่งเป็นรากฐานการพัฒนาประเทศ โดยแบ่งเป็นปัญหาเชิงคุณภาพ ทั้งในเรื่องคุณภาพของหลักสูตรและคุณภาพครู

ด้านนายเมธิส โลหเตปานนท์ กล่าวถึงกรณีศึกษาการเรียนประวัติศาสตร์ของเด็กไทยว่า ไม่อยากให้เรียนแบบท่องจำ หนังสือเรียนประวัติศาสตร์ควรปรับใหม่ ควรเรียนประวัติศาสตร์เชิงเปรียบเทียบจากหลากหลายแหล่งนำมาทำความเข้าใจถกกันว่าวิเคราะห์ประวัติศาสตร์ให้เด็กได้ออกไปเห็นของจริง ทำความเข้าใจประวัติศาสตร์จากการฝึกให้วิเคราะห์ แทนที่จะถามว่าสงครามเกิดปีไหน

ขณะที่นายธนสรณ์​ จันทร์กระพ้อ เสนอเรื่องกระจายอำนาจปัญหาการรวมศูนย์อำนาจในระบบราชการ ที่ฝังรากลึกเป็นปัญหาที่มีผลกระทบกับคนไทยเยอะ วิกฤต COVID-19ทำให้เห็นถึงความล้มเหลวในการจัดการในช่วงแรกที่ส่งผลด้านลบต่อสังคม ซึ่งการรวมศูนย์อำนาจ ทำให้

  1. อำนาจทับซ้อนของส่วนกลาง และท้องถิ่น
  2. ช้า เพราะเป็นการสั่งการจากบนลงล่าง
  3. ไม่ตอบสนองความต้องการของประชาชนเพราะคนปกครองไม่ใช่คนพื้นที่ ไม่รู้ความต้องการจริง
  4. เปิดโอกาสคอรัปชั่นเพราะคนท้องถิ่นไม่มีโอกาสตรวจสอบ
  5. ไม่ทันสมัยกับโลกสมัยใหม่

นอกจากนี้ นโยบายเลือกตั้งผู้ว่าเพื่อการกระจายอำนาจอย่างยั่งยืนโดยการทำ 3-4 จังหวัดนำร่องคำณวนภาษี รายได้ คุณภาพของประชากร แล้วทำประชาพิจารณ์แล้วเลือกตั้งนำร่อง เมื่อครบ 4 ปีเอาสิ่งที่เรียนรู้มาปรับใช้เพื่อเลือกตั้งทั่วประเทศโดยต้องตีกรอบอำนาจของข้าราชการภูมิภาคเพราะส่วนท้องถิ่นอำนาจน้อยเกินไปและควรปฏิรูปภายใต้กรอบ e-gov เพื่อนำเทคโนโลยีให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูล เพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมกับส่วนราชการมากขึ้น

นายจักรกฤษณ์ จีวะระพุทธ และนายธิปก สกุลณะมรรคากล่าวถึงประเด็นการท่องเที่ยว ว่า55% ของคนไทยตอนนี้ไม่อยากให้ต่างชาติมาคนไทยไปเที่ยวเมืองนอกไม่ได้ควรกระตุ้นให้เค้าใช้เงินในไทยดีกว่าการสร้างแรงจูงใจให้เที่ยวไทย โดยพลิก COVID เป็นโอกาส

นายพีรเดช มุขยางกูร นำเสนอเรื่องสตาร์ทอัพโดยหยิบยกปัญหาผู้ประกอบการว่าไม่มีพื้นที่ให้กับบริษัทขนาดเล็กไม่สามารถระดมทุนมาสู้กับบริษัทใหญ่ได้ดังนั้นจึงควรส่งเสริมในคน ไม่ใช่ไอเดีย ดึงคนกลุ่มนี้เข้ามาเพิ่มความรู้ เตรียมความพร้อม ให้เงินทุนสนับสนุน

ด้านนายอัครชัย ชัยมณีการเกษ นำเสนอถึงปัญหา แรงงานไทยและผู้ลี้ภัยโดยมองว่าเราไม่ควรมองครกลุ่มนี้เป็นภาระแต่เป็นโอกาสในการพัฒนาประเทศ ทั้งนี้ ระยะเวลาในการคัดกรองและการให้สถานะผู้ลี้ภัย ควรกำหนดกรอบระยะเวลาให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้ผู้ลี้ภัยอยู่ในช่องโหว่นานเกินไป อย่างไรก็ตามเมื่อตัดสินไม่ให้ควรจะมีสิทธิอุทธรณ์ ไม่ใช่เด็ดขาดทีเดียวเมื่อตัดสินให้อยู่ก็ควรทำงานได้จะทำให้ความเป็นอยู่ผู้ลี้ภัยดีขึ้นทั้งนี้ต้องไม่ลืมว่า ประเทศไทยจะมีแรงงานมากขึ้นเพราะปัจจุบันประเทศไทยกำลังเป็นสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น แรงงานน้อยลงดังนั้นควรให้สิทธิพวกเขาในการทำงาน

ทั้งนี้ คน Gen กล้า ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าพวกเขาเชื่อว่าเมืองไทยมีดีและดีกว่านี้ได้แน่นอน

#สร้างสรรค์#ปฏิบัตินิยม#พรรคกล้า#เรามาเพื่อลงมือทำ

กล้าเล่าข่าว

กรณ์ แนะรัฐลงทุนบิ๊กดาต้า แก้เหลื่อมล้ำเมืองกับชนบท ต้องดึงพลังท้องถิ่น ร่วมพัฒนาเศรษฐกิจชาติ

กรณ์ ชี้แก้เหลื่อมล้ำ เมืองกับชนบท ต้องดึงพลังท้องถิ่นร่วมพัฒนาเศรษฐกิจเพิ่มจีดีพีชาติ แนะลงทุนบิ๊กดาต้า ยกเครื่องระบบราชการล้าหลัง วางแผนช่วยเกษตรกร ปลดแอกนายทุนผูกขาด