กล้าเล่าข่าว

เจาะ 4 ปัญหา >> เสนอ 6 ทางออก ปลดล็อกภาคการส่งออกผัก-ผลไม้ไทย

ทีมกล้าเกษตร ลุยรับฟังตัวจริง วงการส่งออกผัก-ผลไม้ลดความซ้ำซ้อนวุ่นวายของระบบราชการกับมาตรฐาน GAP และมาตรการ EL

ทีมกล้าเกษตร ลุยรับฟังตัวจริง วงการส่งออกผัก-ผลไม้ลดความซ้ำซ้อนวุ่นวายของระบบราชการกับมาตรฐาน GAP และมาตรการ EL

ทีมกล่องภารกิจเกษตรทันสมัย พรรคกล้า นำโดยโอฬาร ธีระสถิตย์ชัย และบุญสืบ จันทร์แจ่มศรี เข้าพบหารือทางนโยบายกับคุณ “วีระชัย ประทักษ์วิริยะ” กรรมการสมาคมผู้ส่งออกผักและผลไม้ไทย เพื่อรับฟังปัญหา เกี่ยวกับมาตรฐาน GAP และ มาตรการ EL ที่กลายเป็น Pain Point สำคัญต่อผู้ส่งออกผักและผลไม้ไทย

โดยกรรมการสมาคมผู้ส่งออกผักและผลไม้ไทย ให้ข้อมูลเชิงลึกแก่ทีมเกษตรฯ พรรคกล้าว่า “ผักและผลไม้ของไทยเป็นที่ต้องการของโลกเป็นอย่างมาก รสชาติอร่อย กลิ่นหอม เป็นเอกลักษณ์ และผลผลิตมีคุณภาพสูง แทนที่เกษตรกรและผู้ส่งออกจะได้เปรียบจากคุณภาพของสินค้าไทย กลับต้องมาเจอกับปัญหาที่มีต้นเหตุจากการกำหนดกระบวนการซ้ำซ้อนของหน่วยงานรัฐจนก่อให้เกิดอุปสรรคติดขัดต่อการส่งออกผลผลิตเสียเอง

อุปสรรคสำคัญดังกล่าวคือ มาตรฐาน GAP และ มาตรการ EL ซึ่งมีขั้นตอนมากมายในการขึ้นทะเบียนแปลงปลูกและโรงคัดบรรจุที่เกินกว่ามาตรฐานตามที่สากลกำหนด กระบวนการเหล่านี้กลายเป็น ต้นทุนที่เกินความจำเป็นมูลค่ามหาศาลเกินกว่าที่เกษตรกรขนาดกลางและขนาดเล็กจะสามารถแบกรับได้ทีมกล้าเกษตร ขมวดปม “กำแพงปัญหา” ที่กีดขวางการส่งออกของผักและผลไม้ไทย ดังนี้

ปัญหาที่ 1 เกษตรกรยังขาดความรู้ในการปลูกพืชที่เป็นความต้องการของตลาดโลก รวมถึงขั้นตอนการขอขึ้นทะเบียน มาตรฐาน GAP และ มาตรการ EL ซึ่งหน่วยงานภาครัฐ สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร(สวพ)ภายใต้กรมวิชาการเกษตร ควรจะเป็นผู้ให้ความรู้แก่เกษตรกรอย่างทั่วถึง แต่ทุกวันนี้กลับผลักภาระให้ผู้ประกอบการส่งออกเป็นผู้แนะนำเกษตรกรแทน

ปัญหาที่ 2 ขั้นตอนการการขึ้นทะเบียนแปลงปลูก GAP การควบคุมสาร เชื้อโรคและแมลง มีอุปสรรคในการยื่นขอใบอนุญาต เจ้าหน้าที่ล่าช้า บุคลากรที่ไม่เพียงพอ หนักที่สุดคือข้ออ้างว่าไม่มีงบประมาณในการตรวจรับรองใบอนุญาต

ปัญหาที่ 3 ความล่าช้าในการออกใบอนุญาตโดยกรมวิชาการเกษตร ใช้ระยะเวลาประมาณ 1-3 เดือน ทำให้เกษตรกรเสียโอกาสในการแข่งขันเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ รวมถึงรายละเอียดขั้นตอนของ มาตรฐานGAP ยุ่งยาก เช่นขั้นตอนการเปลี่ยนชนิดหรือเพิ่มพันธุ์พืช เกษตรกรต้องทำการขออนุญาตใหม่

ปัญหาที่ 4 ขั้นตอนการทำงานระหว่างกรมวิชาการเกษตรและสวพไม่สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้เกษตรกรเกิดความสับสน

ปัญหาที่ 5 การออกมาตรการ EL มาบังคับใช้ ปรากฏว่าหน่วยงานประเทศไทยกำหนดขึ้นมาเอง ไม่ได้อิงหลักสากล และยังมีความซ้ำซ้อนกับมาตรฐาน GAP ยิ่งเพิ่มความยุ่งยากและล่าช้าให้แก่ผู้ส่งออกไทย

ทีมภารกิจกล่องเกษตรทันสมัย พรรคกล้า พบว่า อุปสรรคสำคัญในการทำมาหากินของชาวสวนผลไม้ รวมไปถึงพ่อค้าผู้ส่งออกคือ “ระบบราชการของภาคการเกษตรที่ล้าหลัง” ขาดการทำงานร่วมกันที่มีประสิทธิภาพของ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรฯ อย่างเป็นรูปธรรมและจับต้องได้จริง

ปัญหาและอุปสรรคเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องหาทางออกเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้โดย…

1 มาตรฐาน GAP ควรเป็นจุดขาย ไม่ใช่อุปสรรค ต้องมีการทบทวนมาตรฐานและระบบการขึ้นทะเบียนแปลงปลูก ลดความซ้ำซ้อน ที่สำคัญเป็นการลดต้นทุนการปลูก และลดต้นทุนผู้ประกอบการ

2 มาตรการ EL ต้องยกเลิกและคงเหลือเพียงมาตรฐานที่สากลยอมรับเท่านั้น

3 หน่วยงานราชการมีหน้าที่ช่วยเหลือและส่งเสริม“เกษตรกรและผู้ส่งออก” โดยกรมวิชาการเกษตร สวพ.ในแต่ละเขต กรมเจรจาการค้า เกษตรกร และผู้ส่งออก ควรมีการวางแผนทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

4 “ผ่าโครงสร้างการทำงานของราชการ” ออกแบบผังองค์กรที่เกี่ยวข้องใหม่ทั้งหมด วางมาตรฐานเดียวกัน วาง timeline ในการทำงาน การตรวจ ลงพื้นที่ และออกใบอนุญาตให้ชัดเจนมี KPI ให้หน่วยราชการชัดเจนในเรื่องระยะเวลา รวมถึงกระจายอำนาจให้ สวพ และหน่วยงานในพื้นที่ตัดสินใจออกใบอนุญาตได้โดยไม่ต้องส่งเรื่องเข้าส่วนกลาง การนำเทคโนโลยี่มาช่วยสนับสนุน ในด้านต่างๆ เช่นแผนที่แปลงเกษตรที่ขึ้นทะเบียน GAP ตารางเวลาลงทะเบียน ทำให้สามารถทราบถึงระยะเวลาในการตรวจล่วงหน้า

5 ปลูกแบบมี Business Model ช่องทางการตลาด คิดต่อยอดผลิตภัณฑ์แบบบูรณาการ เพิ่มมูลค่า จนเหลือเศษให้น้อยที่สุด เพื่อผลประโยชน์เกิดแก่เกษตรกรมากที่สุด ต้องมีการร่วมมือกับหน่วยงานวิจัยพืชผักในประเทศ พัฒนาเครื่องจักร เพื่อนำผลวิจัย มาใช้จริง และเพิ่มไลน์สินค้า

6 นวัตกรรม ผสานกับ ภูมิปัญญาชาวบ้าน เพื่อให้เกิดการทำงานที่เหมาะกับพื้นที่นั้นๆ จะทำให้เกิดความเข้มแข็งในชุมชน เกิดการจ้างงาน เพิ่มเงินในกระเป๋าให้เกษตรกรและคนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

เกษตรกร และตัวผู้ประกอบการเองพร้อมที่จะปรับตัวสร้างมาตรฐานสินค้าเพื่อจำหน่ายอยู่แล้ว แต่กระบวนการขั้นตอนต่างๆ ของหน่วยงานที่รับผิดชอบเมื่อไหร่จะปรับตัวให้สามารถรองรับการขยายตัวเพื่อทำให้เกษตรกรบ้านเราลืมตาอ้าปากได้เหมือนอย่างนโยบายที่เขียนเอาไว้ ได้เสียที

ทีมภารกิจเกษตรทันสมัย พรรคกล้า ขอนำเสนอ 6 แนวทางเพื่อเป็นทางออกให้พืชผักผลไม้ไทยที่อร่อย ปลอดภัย มีคุณภาพ ได้ส่งออกขายทั่วโลกได้อย่างเต็มศักยภาพ และทุกการทำงานของเราจะถูกรวบรวมข้อมูล ปัญหา และแนวทางแก้ไข เตรียมพร้อมสู่การทำนโยบายให้ตอบโจทย์โดยตรงต่อประชาชน เกษตรกร ชาวสวนผักผลไม้ และผู้ประกอบการต่อไป

#กล้าเกษตร#เกษตรทันสมัย#สร้างสรรค์#ปฏิบัตินิยม#ลงมือทำ#พรรคกล้า#เรามาเพื่อลงมือทำ

กล้าเล่าข่าว

‘หมู วรวุฒิ’ ผู้ก่อตั้ง B2S-OfficeMate ใจเด็ด ขายธุรกิจพันล้าน ร่วมงาน ‘พรรคกล้า’ เต็มตัว

วรวุฒิ อุ่นใจ ขายหุ้นซีโอแอลให้กลุ่มเซ็นทรัล ปิดฉากธุรกิจที่ปลุกปั้นมานาน 30 ปี ลุยการเมืองเต็มตัว พร้อมนำประสบการณ์ 30 ปี ปั้น SME-Startup ไทยให้เติบโต.