เศรษฐกิจ

เพื่อคนตัวเล็ก

แชร์

นโยบาย
Share on facebook
Share on twitter

วันนี้เศรษฐกิจไทยโตต่ำที่สุดในอาเซียน ทั้งเกษตรกร ลูกจ้าง ผู้ใช้แรงงาน และคนชั้นกลาง ต่างก็ “ขาดพลังหนุน” ที่จะทำให้มีรายได้เพิ่ม

“ระบบเศรษฐกิจ” ที่ให้มุ่งเน้นผู้กล้า และผู้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ได้มีโอกาสแข่งขันกันด้วยคุณภาพและราคา ไม่ใช่เส้นสาย หรืออำนาจเหนือตลาด
เพราะจริง ๆ แล้ว ประเทศไทยมีดี และมีคนเก่ง ๆ อยู่มาก ทั้งยังสถานที่ตั้งเป็นเลิศ แถมมีคู่ค้าที่มีกำลังซื้อ ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่เรากลับมีปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องกล้าลงมือทำอย่างทันที

พรรคกล้ามีความตั้งใจที่จะสนับสนุนธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะธุรกิจ SME ขนาดเล็กที่มีจำนวนผู้ประกอบการและพนักงานในระบบเป็นจำนวนมาก โดยจะสนับสนุน 3 แนวทางดังนี้

สร้างโอกาส – พรรคกล้าจะสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการในการดำเนินธุรกิจหรือโอกาสในการประกอบธุรกิจใหม่อย่างเท่าเทียม เช่นผลักดันในเกิดการสร้าง Sand box โดยภาครัฐ รวมถึงแก้กฏหมายผูกขาดหรือระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ

ติดอาวุธ – พรรคกล้าจะติดอาวุธให้กับนักธุรกิจ  พ่อค้าแม่ค้าทั่วไปในการใช้สิ่งที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ เช่นเปลี่ยนมือถือให้เป็นเครื่องมือสร้างรายได้ ลงทุนและส่งเสริม e-commerce/online platform ให้ทุกคนใช้เป็นช่องทางในการขายในต้นทุนที่ต่ำ

ให้แต้มต่อ – พรรคกล้าจะผลักดันนโยบายที่เป็นการให้แต้มต่อกับผู้ประกอบไม่ว่าจะเป็น ด้านการเงิน ด้านภาษี เช่นการถึงแหล่งเงินทุนในอัตราดอกเบี้ยตำ่ การสร้างแรงจูงใจทางด้านภาษีสำหรับคนตัวเล็ก หรือแม้แต่การขอความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนในการนำสินค้าหรือบริการของไทยไปจำหน่ายเป็นต้น

ถึงเวลาต้องนำไทยสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ (New Digital Economy) ที่ทันต่อสภาพแวดล้อมการแข่งขันของโลก ที่มีการเก็บ ประมวล และใช้ข้อมูล IOT (Internet of Things),
Big Data, Robot และ AI

ซึ่งพรรคกล้า มียุทธศาสตร์เศรษฐกิจเพื่อธุรกิจ 5 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มธุรกิจ SME corporate

1. กลุ่มธุรกิจ SME

เป็นกลุ่มธุรกิจที่มียอดขายหลากหลายตั้งแต่ปีละ 2 – 1000 ล้านบาท โดยกลุ่ม SME ในประเทศไทยที่มีผู้ประกอบการมากถึง 4 ล้านราย ควรจะต้องมีสัดส่วนรายได้ไม่น้อยกว่า 60% ของ GDP ประเทศที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ดี ควรจะมี SME ที่เข้มแข็ง และสามารถพัฒนาไปเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ได้ และเป็นการแก้ปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำทางรายได้ของประชาชนในประเทศได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

การจะพัฒนา SME นั้นจะต้องติดอาวุธทางเทคโนโลยีและการสร้างนวัตกรรมให้กับผู้ประกอบการ เพื่อให้ SME ไทย ก้าวไปสู่การเป็นผู้ประกอบการในระบบเศรษฐกิจใหม่

ธุรกิจ Startup

2. ธุรกิจ Startup

แม้จะเป็นกลุ่มที่มีผู้ประกอบการจำนวนไม่มากนัก และ Size ของธุรกิจเหล่านี้ในประเทศไทยก็ไม่ใช่ธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ในโลกธุรกิจทุกวันนี้ ธุรกิจที่อยู่ในระดับ Top 100 ของโลก กว่าครึ่งหนึ่งเป็นบริษัท Tech Startup ที่เพิ่งมีอายุไม่เกิน 30 ปี เท่านั้น ถ้ามีการสนับสนุนส่งเสริมธุรกิจ Startup ในประเทศไทยอย่างถูกต้อง จะช่วยนำนวัตกรรมมาสู่ธุรกิจไทยทุกขนาดได้อย่างแน่นอน

freelance

3. กลุ่มผู้ประกอบการอิสระ ฟรีแลนซ์ หรือ Technical NoMads

กลุ่มนี้มีจำนวนหลายล้านคน และจำนวนมากเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยี IT หรือ Graphic Design ตลอดจนผู้คนที่ชำนาญเฉพาะทางในศาสตร์สาขาต่าง ๆ ที่เป็นกำลังสำคัญในการรับจ้างทำงานในลักษณะ Outsource ให้กับกลุ่มธุรกิจทั้ง 4 กลุ่มข้างต้นได้เป็นอย่างดี เพียงแต่กลุ่มคนเหล่านี้ มีความรักอิสระและไม่อยากเป็นลูกจ้าง จึงแยกตัวออกมาเป็นผู้ประกอบการอิสระ

กลุ่มอีคอมเมิร์ช

4. กลุ่ม E-Commerce

กลุ่มนี้มีความสำคัญมากในการผลักดันกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ รวมถึงกลุ่มธุรกิจ SME ข้างต้น เพราะการค้าในระบบออนไลน์เป็นรูปแบบธุรกิจในอนาคต ที่จำเป็นในการบุกตลาดโลก และขยายตลาดภายในประเทศ ตัวอย่างเช่นผลิตภัณฑ์การเกษตร และสินค้าจาก SME รายย่อย สามารถทำตลาดตรงไปยังผู้บริโภคได้อย่างง่ายดาย รวดเร็ว และต้นทุนต่ำ แต่ทั้งนี้ภาครัฐจำต้องวางโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เช่น ระบบโลจิสติกส์ ระบบธุรกรรมทางการเงิน และระบบเครือข่ายข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ

กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ Large

5. กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ( Large Corporate)

มียอดขายต่อปีมากกว่า 1 พันล้านบาท ขึ้นไป กลุ่มนี้จำเป็นต้องเน้นการแก้ไขกฎหมายและระเบียบราชการ ให้มีความคล่องตัว และสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเน้นส่งเสริมให้ธุรกิจขนาดใหญ่เหล่านี้สามารถขยายตลาดและการลงทุนไปยังต่างประเทศได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ถ้าทั้ง 5 กลุ่มประเภทธุรกิจ ได้มีบทบาทที่ส่งเสริมและเติบโตไปด้วยกัน
เศรษฐกิจไทยย่อมจะมีการเติบโตเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจใหม่
และมีขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลกได้อย่างแน่นอน

ซึ่งพรรคกล้า มียุทธศาสตร์เศรษฐกิจเพื่อธุรกิจ 5 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มธุรกิจ SME corporate

1. กลุ่มธุรกิจ SME

เป็นกลุ่มธุรกิจที่มียอดขายหลากหลายตั้งแต่ปีละ 2 – 1000 ล้านบาท โดยกลุ่ม SME ในประเทศไทยที่มีผู้ประกอบการมากถึง 4 ล้านราย ควรจะต้องมีสัดส่วนรายได้ไม่น้อยกว่า 60% ของ GDP ประเทศที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ดี ควรจะมี SME ที่เข้มแข็ง และสามารถพัฒนาไปเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ได้ และเป็นการแก้ปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำทางรายได้ของประชาชนในประเทศได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

การจะพัฒนา SME นั้นจะต้องติดอาวุธทางเทคโนโลยีและการสร้างนวัตกรรมให้กับผู้ประกอบการ เพื่อให้ SME ไทย ก้าวไปสู่การเป็นผู้ประกอบการในระบบเศรษฐกิจใหม่
ธุรกิจ Startup

2. ธุรกิจ (Startup)

แม้จะเป็นกลุ่มที่มีผู้ประกอบการจำนวนไม่มากนัก และ Size ของธุรกิจเหล่านี้ในประเทศไทยก็ไม่ใช่ธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ในโลกธุรกิจทุกวันนี้ ธุรกิจที่อยู่ในระดับ Top 100 ของโลก กว่าครึ่งหนึ่งเป็นบริษัท Tech Startup ที่เพิ่งมีอายุไม่เกิน 30 ปี เท่านั้น ถ้ามีการสนับสนุนส่งเสริมธุรกิจ Startup ในประเทศไทยอย่างถูกต้อง จะช่วยนำนวัตกรรมมาสู่ธุรกิจไทยทุกขนาดได้อย่างแน่นอน
freelance

3. กลุ่มผู้ประกอบการอิสระ ฟรีแลนซ์ หรือ Technical NoMads

กลุ่มนี้มีจำนวนหลายล้านคน และจำนวนมากเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยี IT หรือ Graphic Design ตลอดจนผู้คนที่ชำนาญเฉพาะทางในศาสตร์สาขาต่าง ๆ ที่เป็นกำลังสำคัญในการรับจ้างทำงานในลักษณะ Outsource ให้กับกลุ่มธุรกิจทั้ง 4 กลุ่มข้างต้นได้เป็นอย่างดี เพียงแต่กลุ่มคนเหล่านี้ มีความรักอิสระและไม่อยากเป็นลูกจ้าง จึงแยกตัวออกมาเป็นผู้ประกอบการอิสระ
กลุ่มอีคอมเมิร์ช

4. ธุรกิจ E-Commerce

กลุ่มนี้มีความสำคัญมากในการผลักดันกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ รวมถึงกลุ่มธุรกิจ SME ข้างต้น เพราะการค้าในระบบออนไลน์เป็นรูปแบบธุรกิจในอนาคต ที่จำเป็นในการบุกตลาดโลก และขยายตลาดภายในประเทศ ตัวอย่างเช่นผลิตภัณฑ์การเกษตร และสินค้าจาก SME รายย่อย สามารถทำตลาดตรงไปยังผู้บริโภคได้อย่างง่ายดาย รวดเร็ว และต้นทุนต่ำ แต่ทั้งนี้ภาครัฐจำต้องวางโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เช่น ระบบโลจิสติกส์ ระบบธุรกรรมทางการเงิน และระบบเครือข่ายข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ
กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ Large

5. กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ( Large Corporate)

มียอดขายต่อปีมากกว่า 1 พันล้านบาท ขึ้นไป กลุ่มนี้จำเป็นต้องเน้นการแก้ไขกฎหมายและระเบียบราชการ ให้มีความคล่องตัว และสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเน้นส่งเสริมให้ธุรกิจขนาดใหญ่เหล่านี้สามารถขยายตลาดและการลงทุนไปยังต่างประเทศได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
ถ้าทั้ง 5 กลุ่มประเภทธุรกิจ ได้มีบทบาทที่ส่งเสริมและเติบโตไปด้วยกัน
เศรษฐกิจไทยย่อมจะมีการเติบโตเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจใหม่
และมีขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลกได้อย่างแน่นอน